<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"
	>

<channel>
	<title>Chimpanzee</title>
	<atom:link href="http://chimpblog.wordpress.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://chimpblog.wordpress.com</link>
	<description>A big monkey with no tail.</description>
	<lastBuildDate>Mon, 03 Sep 2007 09:19:12 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.com/</generator>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<cloud domain='chimpblog.wordpress.com' port='80' path='/?rsscloud=notify' registerProcedure='' protocol='http-post' />
<image>
		<url>http://www.gravatar.com/blavatar/3ca6ff20daa88ba98d275c795b19c09d?s=96&#038;d=http://s.wordpress.com/i/buttonw-com.png</url>
		<title>Chimpanzee</title>
		<link>http://chimpblog.wordpress.com</link>
	</image>
			<item>
		<title>กลับมามองธิเบตกับสื่ออีกครั้ง</title>
		<link>http://chimpblog.wordpress.com/2007/09/03/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%ad/</link>
		<comments>http://chimpblog.wordpress.com/2007/09/03/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%ad/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 03 Sep 2007 09:06:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>chimpblog</dc:creator>
				<category><![CDATA[ดาวพาดู]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://chimpblog.wordpress.com/2007/09/03/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%ad/</guid>
		<description><![CDATA[กลับมามองธิเบตกับสื่ออีกครั้ง
สุขทวี สุวรรณชัยรบ กระทรวงการต่างประเทศ รัฐบาลพลัดถิ่นธิเบต ธรรมศาลา อินเดีย 
นับเกือบห้าสิบปีแล้ว จากวันที่องค์ดาไลลามะได้ลี้ภัยมายังอินเดียภายหลังการเข้ายึดครองของพรรคคอมมิวนิสต์จีน เดิมทีประเด็นปัญหาเรื่องธิเบตได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนมาโดยตลอด 
โดยเฉพาะเมื่อองค์ดาไลลามะได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพในปี พ.ศ.2532 ชาวโลกต่างยกย่องวิธีการของท่านว่าเป็นการใช้หลักอหิงสาและเมตตา แม้แต่กับศัตรูผู้กดขี่ แต่ในปัจจุบันหลังจากเหตุการณ์สิบเอ็ดกันยายนข่าวและความสนใจในประเด็นด้านสันติภาพและความขัดแย้งในโลกถูกจำกัดลงให้เหลือเพียงประเด็นปัญหาการก่อการร้ายและความรุนแรงภายในประเทศ สื่อปัจจุบันได้กลายเป็นเพียงสื่อที่เสนอข่าวเพื่ออรรถรส (Sensational Media) ยิ่งประเด็นข่าวที่จะนำมาออกอากาศมีภาพหรือคำพูดที่สร้างผลกระทบต่อโสตประสาทรุนแรงมากเท่าใด ยิ่งถือว่าน่าสนใจมากเท่านั้น เช่นภาพสงคราม การนองเลือด ภาพการระเบิด หรือคำสบถของผู้นำบางประเทศ เป็นต้น การดูข่าวในปัจจุบันจึงไม่ต่างอะไรกับการรับชมความบันเทิงดาดๆ เช่นการเชียร์บอล ดูเกมส์โชว์ หรือฟังสรยุทธ์

ข้าพเจ้าเขียนบทความเรื่องนี้ขึ้นด้วยประเด็นหลักสองประเด็น หนึ่ง เพื่อชี้ให้เห็นถึงการละเลยปัญหาในการทำงานและมุมมองของสื่อกระแสหลัก และสอง เพื่อสะท้อนมุมมองที่แตกต่างของหนุ่มสาวธิเบตที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงโดยเร็ว พวกเขาใช้ยุทธวิธีการแก้ปัญหาที่แตกต่างจากองค์ดาไลลามะ เช่น การเดินขบวนประท้วง การเผาธงชาติจีน หรือการอดอาหารจนตาย เพื่อเรียกร้องให้ประชาคมโลกหันมาสนใจประเด็นปัญหาเรื่องธิเบตอีกครั้ง
ปัจจุบันนิตยสารและสื่อหลายประเภท มีการใช้เทคนิคในการเสนอเรื่องราวผ่านปัจเจก เป็นการดำเนินเรื่องโดยมีตัวบุคคลเป็นแกน โดยมุ่งที่จะสะท้อนเรื่องราว ผ่านประสบการณ์มุมมอง และนำเสนอแนวความคิดของคนๆนั้น เทคนิคนี้มีประสิทธิภาพในการเสนอประเด็นและเรื่องราว เนื่องจากการมุ่งประเด็นมาที่ตัวบุคคลที่โดดเด่น ทำให้เรื่องที่เสนอมีพลังน่าสนใจและน่าติดตาม สารคดีหลายประเภทแม้แต่สารคดีชีวิตสัตว์ ส่วนใหญ่ก็มักจะใช้วิธีการดังว่านี้
เมื่อสารคดีเนชั่นแนลจีโอกราฟฟิคเสนอสารคดีสัตว์โลก โดยให้สัตว์เพียงชนิดเดียวเป็นตัวเอก บ้างก็เสนอให้เป็นประเด็นของการต่อสู้ของสัตว์ปุกปุยผู้อ่อนแอ น่ารัก แสนดี กับ สัตว์ผู้ล่าที่เหี้ยม โหดและคดโกง [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=chimpblog.wordpress.com&blog=1636901&post=6&subd=chimpblog&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p>กลับมามองธิเบตกับสื่ออีกครั้ง</p>
<p>สุขทวี สุวรรณชัยรบ กระทรวงการต่างประเทศ รัฐบาลพลัดถิ่นธิเบต ธรรมศาลา อินเดีย </p>
<p>นับเกือบห้าสิบปีแล้ว จากวันที่องค์ดาไลลามะได้ลี้ภัยมายังอินเดียภายหลังการเข้ายึดครองของพรรคคอมมิวนิสต์จีน เดิมทีประเด็นปัญหาเรื่องธิเบตได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนมาโดยตลอด </p>
<p>โดยเฉพาะเมื่อองค์ดาไลลามะได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพในปี พ.ศ.2532 ชาวโลกต่างยกย่องวิธีการของท่านว่าเป็นการใช้หลักอหิงสาและเมตตา แม้แต่กับศัตรูผู้กดขี่ แต่ในปัจจุบันหลังจากเหตุการณ์สิบเอ็ดกันยายนข่าวและความสนใจในประเด็นด้านสันติภาพและความขัดแย้งในโลกถูกจำกัดลงให้เหลือเพียงประเด็นปัญหาการก่อการร้ายและความรุนแรงภายในประเทศ สื่อปัจจุบันได้กลายเป็นเพียงสื่อที่เสนอข่าวเพื่ออรรถรส (Sensational Media) ยิ่งประเด็นข่าวที่จะนำมาออกอากาศมีภาพหรือคำพูดที่สร้างผลกระทบต่อโสตประสาทรุนแรงมากเท่าใด ยิ่งถือว่าน่าสนใจมากเท่านั้น เช่นภาพสงคราม การนองเลือด ภาพการระเบิด หรือคำสบถของผู้นำบางประเทศ เป็นต้น การดูข่าวในปัจจุบันจึงไม่ต่างอะไรกับการรับชมความบันเทิงดาดๆ เช่นการเชียร์บอล ดูเกมส์โชว์ หรือฟังสรยุทธ์
<p><span id="more-6"></span></p>
<p>ข้าพเจ้าเขียนบทความเรื่องนี้ขึ้นด้วยประเด็นหลักสองประเด็น หนึ่ง เพื่อชี้ให้เห็นถึงการละเลยปัญหาในการทำงานและมุมมองของสื่อกระแสหลัก และสอง เพื่อสะท้อนมุมมองที่แตกต่างของหนุ่มสาวธิเบตที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงโดยเร็ว พวกเขาใช้ยุทธวิธีการแก้ปัญหาที่แตกต่างจากองค์ดาไลลามะ เช่น การเดินขบวนประท้วง การเผาธงชาติจีน หรือการอดอาหารจนตาย เพื่อเรียกร้องให้ประชาคมโลกหันมาสนใจประเด็นปัญหาเรื่องธิเบตอีกครั้ง</p>
<p>ปัจจุบันนิตยสารและสื่อหลายประเภท มีการใช้เทคนิคในการเสนอเรื่องราวผ่านปัจเจก เป็นการดำเนินเรื่องโดยมีตัวบุคคลเป็นแกน โดยมุ่งที่จะสะท้อนเรื่องราว ผ่านประสบการณ์มุมมอง และนำเสนอแนวความคิดของคนๆนั้น เทคนิคนี้มีประสิทธิภาพในการเสนอประเด็นและเรื่องราว เนื่องจากการมุ่งประเด็นมาที่ตัวบุคคลที่โดดเด่น ทำให้เรื่องที่เสนอมีพลังน่าสนใจและน่าติดตาม สารคดีหลายประเภทแม้แต่สารคดีชีวิตสัตว์ ส่วนใหญ่ก็มักจะใช้วิธีการดังว่านี้</p>
<p>เมื่อสารคดีเนชั่นแนลจีโอกราฟฟิคเสนอสารคดีสัตว์โลก โดยให้สัตว์เพียงชนิดเดียวเป็นตัวเอก บ้างก็เสนอให้เป็นประเด็นของการต่อสู้ของสัตว์ปุกปุยผู้อ่อนแอ น่ารัก แสนดี กับ สัตว์ผู้ล่าที่เหี้ยม โหดและคดโกง ภาพที่ได้ก็คือป่าทั้งป่าดำเนินไปโดยมีสัตว์ชนิดนั้นเป็นศูนย์กลาง ไม่ผิดกับมนุษย์ที่ถือตนเป็นศูนย์กลางของจักรวาล มุมมองที่คับแคบนี้นำไปสู่แนวคิดที่ก้าวร้าว เช่น ทฤษฎีความอยู่รอดของผู้แข็งแกร่ง (Survival of the fittest) ซึ่งมนุษย์บางพวกได้ถือเอาเป็นสัจจะในการดำเนินชีวิตเลยทีเดียว วิทยาศาสตร์ใหม่ (New Science) แลหลากหลายศาสนา ต่างมีความเห็นสอดคล้องกันว่าสังคมของสิ่งมีชีวิตนั้นอยู่ร่วมกันอย่างแนบชิด เกื้อกูลและเชื่อมโยงต่อกันอย่างเป็นระบบ และไม่อาจแบ่งแยกมาศึกษาอย่างเป็นเสี้ยวส่วนได้ ในความเป็นจริง ระบบสังคมและธรรมชาติของทั้งสัตว์และมนุษย์นั้น ซับซ้อน กว้างขวาง และลึกซึ้งมากเกินกว่าที่จะเสนอผ่านมุมมองของปัจเจก เมื่อสื่อเลือกที่จะเสนอเรื่องราวผ่านตัวเดินเรื่องหลักเพียงมุมเดียว ผลลัพธ์ที่ได้คือความตื้นเขินและภาพความเป็นจริงที่บิดเบือน</p>
<p>สื่อไทย ที่เชื่อว่าตนมีอิสระภาพและความก้าวหน้ากว่าประเทศอื่นในหลายด้าน โดยรู้ตัวหรือไม่ ก็มักเสนอข่าวในรูปแบบเดียวกันนี้ กรณีประเด็นยายไฮ ทนายสมชาย หรือ ฮีโร่คนอื่นๆ อีกหลายคน ที่สื่อไทยโหมโรงอย่างพร้อมเพรียงจนเป็นข่าวต่อเนื่อง แต่ก็ไม่สามารถเสนอประเด็นปัญหาเชิงลึกได้อย่างเป็นชิ้นเป็นอันเอาเลย ระดับของปัญหาในเชิงโครงสร้างและนโยบาย ถูกลดทอนเหลือเพียงแค่ความน่าสนใจในประเด็นการต่อสู้ของตัวบุคคล กับ อำนาจรัฐ หรือกลุ่มผู้มีอิทธิพล การเสนอข่าวในรูปแบบนี้มีประสิทธิภาพสูงในการดึงดูดความสนใจและเร้าอารมณ์ผู้รับสาร แต่ไม่สามารถชี้ให้เห็นถึงประเด็นที่ผู้ชมสามารถมีส่วนร่วมในการคิดแก้ปัญหา อันจะสนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงแนวคิดของตัวบุคคลผู้รับสารเองหรือโครงสร้างสังคมได้เลย ปัญหาเขื่อน พลังงานและเรื่องธิเบต จึงน่าสนใจสำหรับผู้ชม แต่ไม่มีใครมองเห็นว่าตัวปัญหาที่แท้จริงหรืออะไร และทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้อย่างไร เป็นที่น่าเสียดายว่า หลายคน &#8220;รู้เรื่อง&#8221; แต่ไม่เข้าใจอะไรเลย</p>
<p>สำหรับประเด็นธิเบต หลายครั้งนักเคลื่อนไหวและนักศึกษาได้ใช้หลักการเดียวกันนี้ มุ่งประเด็นเรียกร้องความสนใจไปที่ตัวบุคคล เช่น เสนอเรื่องราวของนักโทษการเมืองที่ถูกทารุณ หรือการเรียกร้องให้รัฐบาลจีนปล่อยตัว ปานเชน ลามะ (ผู้นำอันดับสองของธิเบต นักโทษการเมืองที่อายุน้อยที่สุดในโลก) เป็นต้น แต่นี่ก็เป็นอีกความพยายามที่ตกอยู่ในหลุมพรางของสื่อที่มักง่าย สื่อเหล่านี้ไม่เคยออกแรงขยับตัวเพื่อเรียนรู้ประเด็นปัญหาอันซับซ้อนและลึกซึ้ง มีเพียงเหตุการณ์และประเด็นที่ก่อให้เกิดอารมณ์ร่วมอย่างสูงเท่านั้นที่พวกเขาสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสื่อโทรทัศน์ บ่อยครั้งที่พวกเขาละทิ้งประเด็นสำคัญด้วยเหตุผลเพียงแค่ว่า &#8220;ไม่มีภาพ&#8221;</p>
<p>สังคมปัจจุบันรับรู้ข่าวสารได้ในเพียงแค่ระดับปรากฏการณ์จากสื่อกระแสหลักเหล่านี้ หลายคนบอกว่านี่คือปัญหางูกินหางหากประชาชนไม่พัฒนาวัฒนธรรมการรับฟังข่าวสาร สื่อก็ไม่พัฒนา และในทางเดียวกัน เมื่อสื่อไม่ปรับปรุงวัฒนธรรมการเสนอข่าว คุณภาพของสังคมก็ย่ำอยู่กับที่ไม่เดินหน้าไปไหนแต่ข้าพเจ้ามองว่ามุมมองเช่นนี้ไร้สาระ สังคมมีการเคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลา สื่อก็เปลี่ยนแปลงไปตามสภาพสังคมที่เปลี่ยนขึ้นอยู่กับว่าจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นหรือชั่วลง ความคิดริเริ่มที่จะเปลี่ยนแปลงให้มีสิ่งที่กว่าเกิดขึ้นนั้นขึ้นอยู่กับตัวเราทั้งสิ้นความคิดที่ว่าหากพัฒนาการเสนอข่าวให้มีสาระมากขึ้น</p>
<p>ประชาชนจะรับฟังน้อยลงนั้นเป็นความคิดของนักข่าวที่ไม่เอาไหนเสียเลย เขาตั้งโจทย์ผิดตั้งแต่แรก เมื่อเอาปริมาณเรทติ้งเป็นตัวตั้ง ความตั้งใจที่จะเสนอข่าวที่มีสาระก็เป็นประเด็นรองแต่หากสื่อคิดใหม่ โดยเอาประเด็นปัญหาและสาระที่สำคัญเป็นปัจจัยหลัก แม้เนื้อเรื่องและภาพจะไม่หวือหวา แต่ก็ต้องมุ่งมั่นนำเสนอต่อประชาชนให้ได้เนื่องด้วยความรับผิดชอบ เมื่อมีมุมมองเช่นนี้ ประเด็นเรื่องเรทติ้งจะกลายเป็นความท้าทายให้มีการพัฒนาปรับปรุงกลวิธีการนำเสนอข่าวให้มีประสิทธิภาพเพราะการนำเสนอเรื่องราวที่สำคัญให้ลึกซึ้งและรอบด้านเป็นสิ่งจำเป็นหลัก วิธีการคิดเช่นนี้จะทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์และก่อประโยชน์แก่สังคมโดยรวม</p>
<p>สำหรับประเด็นปัญหาธิเบต ข้าพเจ้ามีความเป็นห่วงว่า หากสื่อกระแสหลักยังคงมีรูปแบบการหาและนำเสนอข่าวดังเช่นที่เป็นอยู่ กลุ่มผู้เรียกร้องอิสระภาพและสังคมธิเบตจะไม่สามารถยึดมั่นกับการต่อสู้แบบอหิงสาและเมตตาได้อีกต่อไป</p>
<p>ขณะที่เขียนบทความนี้ ข้าพเจ้ากำลังทำงานอยู่กับรัฐบาลพลัดถิ่นธิเบตขอองค์ดาไลลามะในประเทศอินเดีย แน่นอนว่าประเด็นเรื่องการต่อสู้เพื่ออิสรภาพนั้นเป็นหัวข้อหลักในการพูดคุยของคนที่นี่ แม้สังคมของพวกเขาจะได้ใช้ชีวิตเป็นผู้ลี้ภัยมาเกือบห้าสิบปีแล้วก็ตาม เท่าที่พบเห็น โดยทั่วไปชาวธิเบตส่วนใหญ่ยังคงยึดมั่นในวิถีพุทธศาสนามหายานที่เน้นหลักเมตตาและความเข้าใจในหลักปฏิจจสมุปบาท ซึ่งช่วยให้พวกเขามีความอดทนในการเรียกร้องอิสระภาพแบบอหิงสา แต่ก็มีหลายคนเริ่มเป็นห่วงถึงวันที่ไม่มีองค์ดาไลลามะ บ้างก็ว่าเวลาเหลือน้อยเต็มที ต้องหาทางออกในการลงมือทำอะไรให้เป็นชิ้นเป็นอันสักอย่าง หนุ่มสาวธิเบตโดยเฉพาะกลุ่มที่โตและได้รับการศึกษาสมัยใหม่ในอินเดียและตะวันตก พวกเขาเริ่มที่จะเรียนรู้ว่าเมตตาและอหิงสานั้น &#8220;ไม่เป็นข่าว&#8221; แต่การเดินขบวน เผาธง ปีนสถานทูต และด่ารัฐบาลจีนนั้น &#8220;เป็นข่าว&#8221; กลุ่มคนหนุ่มสาวเหล่านี้รวมตัวกันเดินขบวนประท้วงและต่อต้านรัฐบาลจีนในทุกสถานการณ์และรูปแบบเท่าที่จะทำได้</p>
<p>เมื่อเป็นเช่นนี้ ความคิดที่จะเข้าใจและเห็นใจชาวจีนก็จะปลาสนาการไป อันนี้เป็นเรื่องที่น่าเสียดายยิ่ง ข้าพเจ้าไม่อยากเห็นแนวคิดและวัตรปฏิบัติอันน่ายกร่องที่ชาวธิเบตและองค์ดาไลลามะได้มอบไว้ให้กับโลกเป็นเพียงมรดกที่ตายแล้ว ขอฝากย้ำว่า สื่อทั้งหลายควรหันมามองประเด็นเรื่องนี้อย่างจริงจังเพื่อปรับปรุงและพัฒนาตัวเองมิให้ตกถลำไปกับกระแสทุนและกำไรเป็นใหญ่ ลืมแนวคิดอุดมการณ์ที่เคยมีและทำงานอย่างมักง่ายไปอย่างวันต่อวัน<br />
&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;-</p>
<img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/categories/chimpblog.wordpress.com/6/" /> <img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/tags/chimpblog.wordpress.com/6/" /> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/chimpblog.wordpress.com/6/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/chimpblog.wordpress.com/6/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/chimpblog.wordpress.com/6/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/chimpblog.wordpress.com/6/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/chimpblog.wordpress.com/6/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/chimpblog.wordpress.com/6/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/chimpblog.wordpress.com/6/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/chimpblog.wordpress.com/6/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/chimpblog.wordpress.com/6/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/chimpblog.wordpress.com/6/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=chimpblog.wordpress.com&blog=1636901&post=6&subd=chimpblog&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://chimpblog.wordpress.com/2007/09/03/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%ad/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/119e8f7e301a4b2fecc47e8e917ed22f?s=96&#38;d=identicon" medium="image">
			<media:title type="html">chimpblog</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>แทงตาดำ ทำตาแดง ตอน 1</title>
		<link>http://chimpblog.wordpress.com/2007/09/03/%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%b3-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-1/</link>
		<comments>http://chimpblog.wordpress.com/2007/09/03/%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%b3-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-1/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 03 Sep 2007 08:29:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator>chimpblog</dc:creator>
				<category><![CDATA[แทงตาดำ ทำตาแดง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://chimpblog.wordpress.com/2007/09/03/%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%b3-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-1/</guid>
		<description><![CDATA[วันที่ 22 มีนาคม 2550
 	ผมอยู่ที่บ้านทั้งวัน อากาศร้อนและอบอ้าวแม้ว่าเมื่อคืนนี้จะมีฝนตกหนัก อาหารเช้าของผมวันนี้เป็นฝรั่งไร้เมล็ด 2 ลูกเท่านั้น ไม่หิวและไม่อยากกินอะไรมากไปกว่านี้ เพราะว่าท้องไม่ค่อยดีจากการกินลาบปลาและน้ำพริกข่าเมื่อเย็นวาน เวลาช่วงเช้าของผมหมดไปกับการเข้าอินเตอร์เนต เช็คอีเมล์ อ่านข่าวและที่เสียเวลาไปมากที่สุดก็คือการดูรูปที่เพื่อนๆส่งต่อๆกันมา ผมเช็คอีเมล์เป็นกิจวัตร ตลอดช่วงเช้าผมตอบอีเมล์ไปหลายฉบับเป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นกับผมทุกวันและผมก็คิดว่าความเคยชินในการรับส่งอีเมล์ก็เกิดขึ้นกับคนอื่นๆ ด้วยเช่นกัน เคยชินเสียจนกลายเป็นของกันและกันไปแล้ว ผมเสร็จธุระกับอินเตอร์เนตอย่างเงียบเชียบ ผมทิ้งกล่องจดหมายของผมเปิดอ้าเอาไว้ เพื่อรอการตรวจนับในวันรุ่งขึ้น

 	ช่วงสายๆ ของวันมีเรื่องให้ตื่นเต้น ผมได้รับจดหมายฉบับหนึ่งทางไปรษณีย์จากเพื่อนผู้อยู่ไกล ผมไม่ได้เจอเพื่อนคนนี้นานเป็นปีแล้ว แต่เขาก็ยังส่งจดหมายถึงผมอย่างสม่ำเสมอแบบนานๆครั้ง เขามักจะทำตัวล่องหน ติดต่อไม่ได้ ผมก็คิดไปว่านี่คงเป็นส่วนหนึ่งของภาวะศิลปินเป็นสภาวะเข้าใกล้ธรรมชาติแบบของเขา โทรศัพท์มีก็ไม่เคยเปิด(หรือไม่มีปัจจัยซื้อบัตรเติมเงิน) แน่นอนครับ เพื่อนของผมคนนี้จะเป็นอะไรไปเสียไม่ได้ นอกจากเป็นศิลปิน! เขาประกาศตัวอย่างแผ่วเบาว่าสิ่งที่เขาทำคือ“วาดรูปเขียนหนังสือ”ผมว่ามันก็ครอบคลุมดีอยู่เหมือนกัน คนจะได้เลิกถามเสียทีว่าศิลปินอย่างเขา วันๆ มัวแต่ทำอะไร? แต่เปลี่ยนมาถามว่า แล้วอยู่ได้ยังไง? ผมถามต่อให้ว่า ศิลปินกินอะไรเป็นอาหาร?
 	 เรื่องอาหารการกินขอพักเอาไว้ก่อน เพราะอย่างน้อยๆ การได้รับจดหมายของเขาก็ยืนยันว่าเขาคงมีอะไรกิน พออยู่ได้บ้างไม่ถึงกับอดตาย และผมก็ยินดีแทบทุกครั้งที่ได้รับจดหมายของเขา เพราะนอกจากจะได้รู้ว่าเขายังไม่อดตายไปเสียแล้ว สิ่งที่พิเศษที่ผมได้รับจากจดหมายคืองานศิลปะชิ้นเยี่ยม! จริงๆก็คือจดหมายนั้นแหละ “ความงาม” ที่ปรากฏต่อสายตาดำๆของผม เป็นความงามที่มองเห็นได้ด้วยตาธรรมดาๆ หมายความว่าใครๆก็เห็นอย่างผมได้ถ้าตาไม่บอดสี ที่เห็นได้ชัดเจนกระโดดเด้งออกมามากที่สุดก็คือลายมือของเขา [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=chimpblog.wordpress.com&blog=1636901&post=4&subd=chimpblog&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p>วันที่ 22 มีนาคม 2550<br />
 	ผมอยู่ที่บ้านทั้งวัน อากาศร้อนและอบอ้าวแม้ว่าเมื่อคืนนี้จะมีฝนตกหนัก อาหารเช้าของผมวันนี้เป็นฝรั่งไร้เมล็ด 2 ลูกเท่านั้น ไม่หิวและไม่อยากกินอะไรมากไปกว่านี้ เพราะว่าท้องไม่ค่อยดีจากการกินลาบปลาและน้ำพริกข่าเมื่อเย็นวาน เวลาช่วงเช้าของผมหมดไปกับการเข้าอินเตอร์เนต เช็คอีเมล์ อ่านข่าวและที่เสียเวลาไปมากที่สุดก็คือการดูรูปที่เพื่อนๆส่งต่อๆกันมา ผมเช็คอีเมล์เป็นกิจวัตร ตลอดช่วงเช้าผมตอบอีเมล์ไปหลายฉบับเป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นกับผมทุกวันและผมก็คิดว่าความเคยชินในการรับส่งอีเมล์ก็เกิดขึ้นกับคนอื่นๆ ด้วยเช่นกัน เคยชินเสียจนกลายเป็นของกันและกันไปแล้ว ผมเสร็จธุระกับอินเตอร์เนตอย่างเงียบเชียบ ผมทิ้งกล่องจดหมายของผมเปิดอ้าเอาไว้ เพื่อรอการตรวจนับในวันรุ่งขึ้น</p>
<p><span id="more-4"></span></p>
<p> 	ช่วงสายๆ ของวันมีเรื่องให้ตื่นเต้น ผมได้รับจดหมายฉบับหนึ่งทางไปรษณีย์จากเพื่อนผู้อยู่ไกล ผมไม่ได้เจอเพื่อนคนนี้นานเป็นปีแล้ว แต่เขาก็ยังส่งจดหมายถึงผมอย่างสม่ำเสมอแบบนานๆครั้ง เขามักจะทำตัวล่องหน ติดต่อไม่ได้ ผมก็คิดไปว่านี่คงเป็นส่วนหนึ่งของภาวะศิลปินเป็นสภาวะเข้าใกล้ธรรมชาติแบบของเขา โทรศัพท์มีก็ไม่เคยเปิด(หรือไม่มีปัจจัยซื้อบัตรเติมเงิน) แน่นอนครับ เพื่อนของผมคนนี้จะเป็นอะไรไปเสียไม่ได้ นอกจากเป็นศิลปิน! เขาประกาศตัวอย่างแผ่วเบาว่าสิ่งที่เขาทำคือ“วาดรูปเขียนหนังสือ”ผมว่ามันก็ครอบคลุมดีอยู่เหมือนกัน คนจะได้เลิกถามเสียทีว่าศิลปินอย่างเขา วันๆ มัวแต่ทำอะไร? แต่เปลี่ยนมาถามว่า แล้วอยู่ได้ยังไง? ผมถามต่อให้ว่า ศิลปินกินอะไรเป็นอาหาร?</p>
<p> 	 เรื่องอาหารการกินขอพักเอาไว้ก่อน เพราะอย่างน้อยๆ การได้รับจดหมายของเขาก็ยืนยันว่าเขาคงมีอะไรกิน พออยู่ได้บ้างไม่ถึงกับอดตาย และผมก็ยินดีแทบทุกครั้งที่ได้รับจดหมายของเขา เพราะนอกจากจะได้รู้ว่าเขายังไม่อดตายไปเสียแล้ว สิ่งที่พิเศษที่ผมได้รับจากจดหมายคืองานศิลปะชิ้นเยี่ยม! จริงๆก็คือจดหมายนั้นแหละ “ความงาม” ที่ปรากฏต่อสายตาดำๆของผม เป็นความงามที่มองเห็นได้ด้วยตาธรรมดาๆ หมายความว่าใครๆก็เห็นอย่างผมได้ถ้าตาไม่บอดสี ที่เห็นได้ชัดเจนกระโดดเด้งออกมามากที่สุดก็คือลายมือของเขา ที่เขียนด้วยดินสอ 3B(เดาเอา&#8230;ไม่รู้หรอกว่ากี่ B) มันหวัด อ่านยากชะมัด และนี่แหละคือสิ่งที่ผมเรียกว่า “จิตวิญญาณของเส้น” ซึ่งอีเมล์ไม่มี และไม่มีทางมีได้ คำว่า “จิตวิญญาณ”ของผมไม่ได้เป็นอะไรที่ลึกลับหรือยิ่งใหญ่นักหรอกครับ แต่เป็นธรรมชาตินี่เอง ลายมืออ่านยาก ทำให้เราต้องใช้เวลามากกับจดหมาย ค่อยๆอ่าน เราต้องตั้งใจทุกๆอักขระ ทุกช่องว่างต้องผ่อนลมหายใจ ทุกๆการเปลี่ยนบรรทัดต้องสูดลมหายใจเข้า นี่เขียนติดกันเป็นพรืดผมเกือบกลั้นลมหายใจเอาไว้ไม่อยู่ นึกไปว่ากำลังดำน้ำอยู่ในสระประจำหมู่บ้านจัดสรร หรือนี่จะเป็นอุบายให้มีมรณานุสติ ทุกๆลมหายใจเข้าออก กระดาษที่เขาเลือกใช้ เป็นกระดาษสมุดแผ่นเล็ก</p>
<p>เล็กกว่ากระดาษ A4 ที่เราคุ้นเคย ช่างอ่อนน้อมถ่อมตัวเสียเหลือเกิน สีก็ไม่ขาวมากไม่สะท้อนแสง ห่วงใยสายตาของเราในยุคที่วัฒนธรรมทางสายตาเป็นเรื่องใหญ่ แถมกระดาษยังมีเส้นให้อีก ไม่รู้จะมีทำไมในเมื่อศิลปินไม่เห็นจะสนใจเขียนให้อยู่บนเส้นเลยแม้แต่น้อยหรือ “มีกรอบเอาไว้แหก มีแกลบเอาไว้ให้หมู” แต่ถ้าดูให้ดีดี พิจารณาให้ลึกซึ้งการมีเส้นของกระดาษช่วยดึงสติของเราเอาไว้ไม่ให้ฟุ้งซ่านออกนอกเรื่องนอกราวไปมากกว่านี้ หรือนี่จะเป็นกลวิธีของศิลปิน ที่จัดสรรเส้นสีน้ำหนักรูปทรงทางทัศนธาตุให้สอดคล้องกลมกลืนกับธรรมชาติแห่งความเป็นมนุษย์ เส้นแนวนอนบางๆสีเทา ตัดผ่านจากตาข้างซ้ายสู่ตาข้างขวา ใช่! มนุษย์มีตาสองข้างอยู่ในแนวนอนขนานกับพื้นผิวโลก&#8230;ยูเรก้า!</p>
<p> 	ตัวอักษรไทยทุกตัวของจดหมายฉบับนี้ เป็นอักษรไทยแบบประยุกต์สร้างสรรค์ขึ้นใหม่ เต็มไปด้วยเส้นโค้งเส้นเว้าประดุจเรือนร่างของสตรีแรกรุ่น ถ้าชาวเอเธนส์ได้มาเห็นคงคิดไปว่านี่คืออักขระของเทพเจ้าผู้สร้างสรรค์สรรพสิ่ง แม้แต่โสกราตีสยังต้องกราบกราน แรงกดลงของร่องรอยดินสอมีน้ำหนักอ่อนแก่เหมือนกับศิลปินที่กำลังเล่นดนตรีแนวแจ๊สอย่างไม่มีกฎเกณฑ์ พลังพลั่งพรูสอดรับกับการลื่นไหลของเส้นดินสอประหนึ่งสายน้ำโขงหล่อเลี้ยงชีวิตทุกชาติพันธุ์ที่แตกต่างกันตลอดลำตัวยาวของสายน้ำ ศิลปินเว้นขอบกระดาษด้านซ้ายมือของผู้อ่านเอาไว้อย่างจงใจ นี่เป็นการทิ้งสัญญะบางอย่างเกี่ยวกับการใช้สมองซีกขวา ในการควบคุมมือข้างซ้าย ทำให้ผู้รับสัมผัสหน้าซีดเผือดลงได้อย่างฉับพลัน ส่วนกระดาษทั้ง 4 แผ่นถูกพับออกเป็นสามส่วนเท่าๆกันนั้นนอกจากจะสะดวกเวลาใส่ซองแล้วยังสะท้อนแนวคิด “ปลูกป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง”ปรัชญาการพึ่งพึงกันของธรรมชาติ หรือ ไตรลักษณ์กับธาตุสี่ ดิน น้ำ ลม ไฟ อะไรกันนี้&#8230;ถ้ามันเป็นจริงอย่างนั้น สิ่งนี้อาจจะไม่ใช่จดหมายธรรมดาจากเพื่อนคนหนึ่งแต่นี่คือสารจากพระผู้เป็นเจ้า ช่างซับซ้อนซ่อนเงื่อนปริศนา อโศกสิ้น ชวนสงสัยยิ่งไปกว่ารหัสลับดาวินชี</p>
<p> 	ผมกระอักความคิดของตัวเองไปชั่วครู่ ก็รู้สึกถึงความงามอันมหัศจรรย์ที่ซ่อนเร้นมาในรูปของความเรียบง่าย กระดาษเล็กๆเพียงสี่แผ่น สะท้อนโลกนี้ให้ผมเห็นเพียงพริบตา ความคิดอันฟุ้งซ่านทั้งหมดได้สงบจบลงทันทีที่วางกระดาษลง ผมหลับตารู้สึกเคืองข้างในเปลือกตาทั้งสองข้าง น้ำแฉะๆเอ่อล้นดันเปลือกตาออกมาไม่หยุด ผมกำลังร้องไห้ ผมกำลังเสียใจ ไม่จริง! แต่ผมกำลังเสียน้ำตาให้กับกระดาษเพียงสี่แผ่น  ไม่จริง! ผมปฏิเสธตัวเองอีกครั้ง มือสกปรกของผมปาดที่ใต้ดวงตาบริสุทธิ์ ผมกำลังเกิดปิติ และภิรมย์ภักดีอย่างยิ่งกับงานศิลปะ อันเป็นสารที่ไขความลับของจักรวาล โลกนี้ช่างกว้างใหญ่ไพศาล จักรวาลนั้นกว้างกว่าเหนือคณานับ ศิลปินผู้ต่ำต้อยบรรจง(หวัด)อักขระของโลกหน้าส่งผ่านเส้นทางหลายหมื่นหลายพันเมตร ด้วยมูลค่าตีตราเพียง 3 บาทแสตมป์! ยุติธรรมแล้วหรือโลก?</p>
<p> 	นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้รับจดหมายลายมือเขียนจากเพื่อนผู้อยู่ห่างไกลทางไปรษณีย์? คุณค่าที่แท้จริงนอกจากความห่วงใยที่ส่งผ่านมากับกระดาษแล้ว ยังมีความนัยที่ทำให้เห็นความนอกอันสัพเพเหระของชีวิตร่วมสมัยภายใต้กฎของผู้มีอำนาจ สิ่งเล็กๆง่ายๆช่างประโลมใจในวันที่อากาศร้อนแล้งและอบอ้าวสิ้นดี.</p>
<p>ข้อคิดวันนี้</p>
<p>“กรุณาช่วยกันปลูกต้นไม้” </p>
<img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/categories/chimpblog.wordpress.com/4/" /> <img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/tags/chimpblog.wordpress.com/4/" /> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/chimpblog.wordpress.com/4/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/chimpblog.wordpress.com/4/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/chimpblog.wordpress.com/4/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/chimpblog.wordpress.com/4/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/chimpblog.wordpress.com/4/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/chimpblog.wordpress.com/4/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/chimpblog.wordpress.com/4/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/chimpblog.wordpress.com/4/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/chimpblog.wordpress.com/4/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/chimpblog.wordpress.com/4/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=chimpblog.wordpress.com&blog=1636901&post=4&subd=chimpblog&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://chimpblog.wordpress.com/2007/09/03/%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%b3-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/119e8f7e301a4b2fecc47e8e917ed22f?s=96&#38;d=identicon" medium="image">
			<media:title type="html">chimpblog</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>วันเกิด ลิงชิมแปนซี 3 กย. 50</title>
		<link>http://chimpblog.wordpress.com/2007/09/03/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94-%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b8%b5-3-%e0%b8%81%e0%b8%a2-50/</link>
		<comments>http://chimpblog.wordpress.com/2007/09/03/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94-%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b8%b5-3-%e0%b8%81%e0%b8%a2-50/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 03 Sep 2007 07:52:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>chimpblog</dc:creator>
				<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://chimpblog.wordpress.com/2007/09/03/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94-%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b8%b5-3-%e0%b8%81%e0%b8%a2-50/</guid>
		<description><![CDATA[ทดสอบๆๆ หน่อยว่าใช้ได้มั้ย
เทสต์
เจ๋ง
ป้าด
       <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=chimpblog.wordpress.com&blog=1636901&post=3&subd=chimpblog&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p>ทดสอบๆๆ หน่อยว่าใช้ได้มั้ย</p>
<p>เทสต์<br />
เจ๋ง</p>
<p>ป้าด</p>
<img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/categories/chimpblog.wordpress.com/3/" /> <img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/tags/chimpblog.wordpress.com/3/" /> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/chimpblog.wordpress.com/3/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/chimpblog.wordpress.com/3/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/chimpblog.wordpress.com/3/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/chimpblog.wordpress.com/3/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/chimpblog.wordpress.com/3/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/chimpblog.wordpress.com/3/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/chimpblog.wordpress.com/3/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/chimpblog.wordpress.com/3/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/chimpblog.wordpress.com/3/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/chimpblog.wordpress.com/3/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=chimpblog.wordpress.com&blog=1636901&post=3&subd=chimpblog&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://chimpblog.wordpress.com/2007/09/03/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94-%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b8%b5-3-%e0%b8%81%e0%b8%a2-50/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/119e8f7e301a4b2fecc47e8e917ed22f?s=96&#38;d=identicon" medium="image">
			<media:title type="html">chimpblog</media:title>
		</media:content>
	</item>
	</channel>
</rss>