ชิมแปนซีคือลิงใหญ่ที่ไม่มีหาง

หลายเวลาขอบตาของผมร้อนผ่าวด้วยความอิจฉา

ไม่ใช่การอิจฉาคนที่ฉลาดปราดเปรื่องจนสามารถคิดค้นระเบิดนิวเคลียร์สำหรับทำลายล้างโลกที่ตัวเองอาศัยอยู่ คนที่ใช้อำนาจบาตรใหญ่ของตัวเองเพื่อปิดตา ปิดหู และปิดปากคนอื่น คนที่โกหกปลิ้นปล้อนตีสอง-สาม-สี่ หรือห้าหน้า เพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ของตัวเอง คนที่ล่า ทารุณ และฆ่าฟันสัตว์ป่าทุกชนิด คนที่มักง่ายและทำลายธรรมชาติอย่างไม่ลืมหูลืมตา คนที่เดินเฉิดฉายในห้างสรรพสินค้าพร้อมกับถือกระเป๋ายี่ห้อดังใบละหลายหมื่น และและและ และคนอีกหลายประเภท

มนุษย์ผู้เห็นแก่ตัว เย่อหยิ่ง โอหัง และหลงตัวเองทุกท่านโปรดทราบ ผมไม่ได้อิจฉาพวกท่านแม้แต่น้อย
สิ่งที่ทำให้ผมอิจฉาจนตาร้อนคือลิงต่างหาก ลิงที่กระโดดโลดเต้นและวิ่งเล่นอยู่ในป่า เพราะหลายเวลาสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าลิงน่าจะมีความสุขสนุกสนานมากกว่าคน

ใครบางคนอาจสงสัยแกมหมั่นไส้ว่า-เคยเกิดเป็นลิงเรอะ ถึงรู้ว่าบรรดาเจ้าจ๋อทั้งหลายมีความสุขมากกว่าคน ซึ่งผมขอขจัดความสงสัยข้อนี้ว่า ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองเคยเกิดเป็นลิงหรือเปล่า แต่แววตาของลิงบางตัวทำให้ผมรู้สึกอย่างนั้น และถ้าวันหนึ่งผมได้เกิดเป็นลิงขึ้นมาจริงๆ ก็คงจะดีไม่หยอกทีเดียว อย่างน้อยก็จะได้ตอบคำถามนี้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า-เกิดเป็นลิงแล้วมีความสุขจริงๆ นะโว้ย

บรรดานักวิทยาศาสตร์ที่ปักใจเชื่อในทฤษฎีวิวัฒนาการต่างบอกว่ามนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่วิวัฒนาการมาจากลิง ซึ่งคำว่าวิวัฒนาการนี้มีความหมายว่า กระบวนการเปลี่ยนแปลงหรือคลี่คลายไปสู่ฐานะที่ดีขึ้นหรือเจริญขึ้น โดยเป็นการเปลี่ยนแปลงในทางชีววิทยาจากสิ่งที่ง่ายๆ ไปสู่สิ่งที่ยุ่งยากซับซ้อนมากขึ้น และการเปลี่ยนแปลงนี้จะต้องเปลี่ยนในลักษณะค่อยเป็นค่อยไป และต้องใช้เวลานาน

หากตัดสินจากทฤษฎีนี้ มนุษย์ย่อมเป็นสัตว์ที่ประเสริฐกว่าลิงอย่างไม่ต้องสงสัย

จริงๆ แล้วความคิดที่ว่ามนุษย์มีความคล้ายคลึงกับลิงใหญ่มีมานานแล้ว แต่ความคิดเกี่ยวกับทฤษฏีวิวัฒนาการเริ่มเป็นที่ยอมรับเมื่อ ชาร์ลส์ ดาร์วิน(Charles Darwin) ตีพิมพ์หนังสือ ‘On the Origin of Species’ ในปี พ.ศ.2402 และหนังสือเล่มถัดมาของเขา ‘Descent of Man’ พอถึงคริสต์ศตวรรษที่ 19 ก็มีการคาดกันว่าลิงชิมแปนซีและลิงกอริลล่าเป็นญาติที่ใกล้ชิดที่สุดของมนุษย์ ซึ่งยังมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน

จากการศึกษาทางวิทยาศาสตร์พบว่า ในตัวของเราทุกคนมีดีเอ็นเอที่เหมือนกับลิงขนาดเล็ก 93 % และเหมือนกับชิมแปนซี 98%

ซึ่งอีก 2% นั้นก่อให้เกิดความแตกต่างระหว่างคนกับชิมแปนซีมากเหลือเกิน

ขณะที่คนจำนวนไม่น้อยมองว่าลิงเป็นสัตว์โง่เง่า ป่าเถื่อน และไม่มีอารยธรรมสูงส่งเหมือนมนุษย์ แต่ยังมีคนคนหนึ่งที่คิดต่างจากนี้ เขาเป็นเกษตรกรชาวญี่ปุ่นชื่อ มาซาโนบุ ฟูกูโอกะ และความคิดเห็นที่แตกต่างในเรื่องนี้ของเขาอยู่ในหนังสือ ‘วิถีสู่ธรรมชาติ’ เล่ม 1

สิ่งมีชีวิตถือกำเนิดขึ้นมาในโลกนี้เมื่อหลายพันล้านปีที่แล้ว บัคเตรีถือกำเนิดขึ้นมาบนพื้นพิภพเป็นพวกแรก จากนั้นพืชพรรณจึงเจริญงอกงามขึ้น และสัตว์กับมนุษย์ค่อยถือกำเนิดตามมา ทุกสิ่งเกิดขึ้นและวิวัฒนาการไปตามธรรมชาติ สรรพสิ่งในจักรวาลล้วนเปลี่ยนแปลงไปด้วยกันเสมอไม่มีข้อยกเว้น มนุษยชาติเชื่อว่าตัวเองเป็นสิ่งสูงสุดที่พระเจ้าสร้างขึ้น กำเนิดขึ้นจากฉายาของพระเจ้า มนุษย์จึงลงมือปั้นอนาคตด้วยตัวเอง แต่เมื่อหลายล้านปีที่แล้ว ถ้ายึดตามแนวคิดนี้ลิงในทฤษฎีวิวัฒนาการเป็นสิ่งมีชีวิตที่พัฒนาไปสูงสุดเหนือสิ่งมีชีวิตอื่นใดในพิภพ มันไม่เคยอ้างว่าตัวเองเป็นสิ่งที่พระเจ้าสร้างขึ้นหรืออ้างว่ามันมีรูปฉายาเหมือนพระเจ้า มันเพียงแต่อยู่ไปตามธรรมชาติ และไม่เคยกังวลอะไรเลยแม้แต่น้อย มีแต่มนุษย์ปัจจุบันเท่านั้นที่มัวแต่มาวิตกว่าตัวเองควรกินอะไร อยู่อย่างไร มีแต่มนุษย์เท่านั้นที่คร่ำครวญถึงชีวิตในวันพรุ่งนี้

และด้วยความอิจฉาลิงนี้เอง บล็อกแห่งนี้จึงเกิดขึ้น

ขอเชิญทุกคนเที่ยวเล่นป่าแห่งนี้ได้ตามอัธยาศัย และทักทายผู้อยากเอาเยี่ยงลิงอีกหลายคนที่จะทยอยแวะเวียนมาอาละวาดที่นี่

ด้วยความรักลิงมากกว่าคนบางคน
ชิมป์
19 สิงหาคม 2550
กรุงเทพฯ

ป.ล. ระวังหลงป่านะครับ